แผลเป็นจากสิวคืออะไร

เป็นสิวก็แย่พออยู่แล้ว แต่มันยังอาจทิ้งรอยแผลเป็นไว้ให้เห็นต่างหน้าได้อีก มีคนถึง 67% ที่เป็นสิวแล้วบอกว่าเกิดแผลเป็นหรือผิวบริเวณที่เป็นสิวเปลี่ยนสีตามมา ลองย้อนไปดูกันสักนิดว่าแผลเป็นจากสิวคืออะไรและเกิดขึ้นได้อย่างไร

แผลเป็นคือรอยหรือริ้วรอยที่ดูไม่เรียบบนผิวหนังที่เกิดขึ้นเมื่อแผลหายดีแล้ว มันเกิดขึ้นตอนที่ร่างกายซ่อมแซมและสร้างผิวทดแทนผิวหนังที่เสียหาย เนื้อเยื่อแผลเป็นประกอบด้วยเส้นใยคอลลาเจน (collagen fibres) – ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดเดียวกับที่พบในผิวปกติ แต่มันเกิดขึ้นในแบบที่อาจเปลี่ยนหน้าตาไปหรือเปลี่ยนการทำงานของผิวบริเวณนั้นไป.

แผลเป็นจากสิวเกิดขึ้นได้อย่างไรและเพราะอะไร

แผลเป็นจากสิวเกิดขึ้นได้เมื่อกระบวนการซ่อมแซมถูกเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเพราะมีการอักเสบและการทำลายจากสิวเกิดขึ้น  ซึ่งอาจทำให้โปรตีนที่แตกตัวและสร้างเนื้อเยื่อผิวขึ้นมาใหม่เสียสมดุลไปและทำให้เกิดแผลเป็นขึ้นมา

ใช่ว่าทุกคนที่เป็นสิวจะมีแผลเป็นจากสิวเกิดขึ้น ถ้าคุณเป็นสิวก็ยังไม่แน่ว่าคุณจะมีแผลเป็นเกิดขึ้นหรือเปล่า แต่มีปัจจัยบางอย่างที่อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดแผลเป็นซึ่งรวมถึง ครอบครัวมีประวัติการเกิดแผลเป็นจากสิวหรือไม่ ประเภทและความรุนแรงของสิวที่คุณเป็น (แผลเป็นพบได้บ่อยมากกว่าในสิวตุ่มใหญ่หรือสิวที่เป็นถุงซีสต์ที่อักเสบ) ระยะเวลาของการอักเสบของสิวและมีการแกะหรือบีบสิวด้วยหรือไม่

วิธีที่ดีที่สุดที่คุณทำได้เพื่อลดหรือหลีกเลี่ยงการเกิดแผลเป็นจากสิวคือมองหาวิธีรักษาสิวที่มีประสิทธิภาพและรักษาโดยเร็วที่สุด อย่าปล่อยทิ้งไว้ และที่สำคัญอย่าบีบ แกะหรือกดสิว!

ประเภทของแผลเป็นจากสิว

ลักษณะของแผลเป็นจากสิวอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน และบางคนก็มีแผลเป็นมากกว่าหนึ่งชนิด ชนิดของแผลเป็นจากสิวนั้นขึ้นอยู่กับว่าร่างกายผลิตคอลลาเจนได้มากเพียงใดและหน้าตาของแผลเป็นจากสิวนั้นเป็นอย่างไร

ก่อนอื่นแผลเป็นจากสิวแบ่งออกได้เป็นแผลเป็นชนิดหลุม (atrophic scars) และแผลเป็นชนิดนูน (hypertrophic scars) พูดง่ายๆ ก็คือแผลเป็นจะเป็นหลุมลงไปถ้ามีคอลลาเจนน้อยเกินไป แต่ถ้ามีคอลลาเจนมากเกินไปก็จะเกิดเป็นแผลเป็นชนิดนูน แผลเป็นทั้งสองแบบอาจมีอาการแดงร่วมด้วยก็ได้

แผลเป็นชนิดหลุมหรือหลุมสิวเป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุด และสามารถแบ่งย่อยได้เป็นสามแบบคือ หลุมสิวแบบกล่อง (boxcar scars)หลุมสิวแบบจิก (ice-pick scars) และหลุมสิวแบบคลื่น (rolling scars) ชื่ออาจจะฟังดูแปลกๆ แต่จริงๆ แล้วมันช่วยอธิบายหน้าตาแผลเป็นแต่ละแบบ รวมถึงรูปร่างและความลึกได้อีกด้วย ส่วนแผลเป็นชนิดนูนจะเป็นตุ่มก้อนแข็งอยู่บนผิวหนัง ซึ่งเราเรียกแผลเป็นชนิดนี้ที่โตเกินออกมาจากขอบเขตของแผลเป็นจากสิวเดิมว่าแผลเป็นคีลอยด์.

สิวยังอาจทำให้เกิดรอยบนผิวที่ดูเหมือนแผลเป็นสีเข้ม หรือ เป็นรอยแดง ในทางเทคนิคแล้วมันไม่ใช่แผลเป็นแต่มันคือสีที่เกิดหลังการอักเสบ หลังจากที่สิวหายแล้วก็อาจจะทิ้งจุดหรือรอยด่างบนผิวหนัง รอยด่างนี้อาจเป็นจุดสีน้ำตาลเข้ม  (เรียกว่าhyperpigmentation) เป็นจุดสีอ่อน เช่น สีขาว (เรียกว่า hypopigmentation) หรืออาจจะเป็นจุดสีแดงก็ได้ (เรียกว่า erythema) คนที่มีสีผิวเข้มมีโอกาสที่จะเกิดรอยด่างมากกว่าคนผิวขาว รอยเหล่านี้จะค่อยๆ จางไปแต่อาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะจางหายไปจนหมด.

จะทำอย่างไรเมื่อสิวหายแล้ว

ถ้าคุณกังวลกับแผลเป็นจากสิว ก็ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ (แพทย์ผิวหนังหรือเภสัชกร) เกี่ยวกับทางเลือกของวิธีการรักษาแผลเป็นจากสิว ไม่มีการรักษาแผลเป็นจากสิวที่ดีที่สุดเพียงวิธีเดียว เพราะมีการรักษามากมายด้วยหลากหลายวิธีที่ต่างกันไปซึ่งก็ขึ้นอยู่กับชนิดแผลเป็นและประเภทของผิว.

ถ้าคุณกำลังมองหาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเรื่องแผลเป็นหรือรอยด่างหลังจากที่สิวหายแล้ว ลองพิจารณาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสม เช่น เรตินอล กรดซาลิไซลิค กรดอัลฟาไฮดรอกซี  ผลิตภัณฑ์ที่มีซิลิคอนก็อาจช่วยให้ร่องรอยของแผลเป็นแลดูดีขึ้นได้

สำหรับบางคนก็พบว่าสูตรการดูแลแบบธรรมชาติ เช่น การใช้อโลเวล่า น้ำมันมะกอก วิตามินซี น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์ น้ำผึ้ง น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมะนาวก็สามารถช่วยให้ร่องรอยของแผลเป็น รอยด่างดำหรือผิวที่ไม่เนียนเรียบแลดูดีขึ้นได้

สิ่งสำคัญที่สุดก่อนที่จะเริ่ม การรักษาแผลเป็น ก็คือคุณต้องควบคุมสิวของคุณให้ได้ก่อน ถ้าคุณยังมีสิว ผิวก็ยังอักเสบอยู่ซึ่งจะไปลดประสิทธิภาพของการรักษาแผลเป็น และยังเสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็นจากสิวขึ้นใหม่ด้วย